รำไทยที่อิตาลี
พอเข้าปิดฤดูกาลท่องเที่ยว งานร้านพิซซ่าก็ต้องหยุดไปด้วย แล้วรอร้านเปิดใหม่ในปีหน้า ช่วงหน้าหนาวเลยได้ทำงานแค่ที่บ้านพักคนชรา มีพี่คนไทยเปิดร้านอาหารไทย ได้ติดต่อมาเพื่อที่จะให้เราไปช่วยงานช่วงหน้าหนาว (พี่คนไทยรู้ว่าเราทำร้านพิซซ่าด้วย) เราก็ดีใจ เพราะ เป็นงานที่ไม่ได้ทำตลอด ไปช่วยเฉพาะคนเยอะ เพราะร้านไทยแห่งนี้ ลูกค้าจะต้องจองโต๊ะก่อน ทำให้รู้ล่วงหน้าว่า ลูกค้าจะเยอะหรือไม่ ต้องการคนงานเพิ่มหรือไม่
ส่วนมากเราไปช่วยจะเป็นช่วง ศุกร์-อาทิตย์ เป็นส่วนใหญ่ ช่วงไปทำงานก็ได้คุยกับพี่เจ้าของร้านถึงเรื่องต่างๆ นาๆ พี่เจ้าร้าน ก็บอกเราว่า ทางเทศบาลติดต่อทางร้านมา ให้ช่วยจัดกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยให้ทางเมืองได้มั้ย ซึ่งกิจกรรมจะมีหลายๆ ประเทศร่วมทำกิจกรรมกัน พี่เจ้าของร้านจึงขอให้เราช่วยแกหน่อย แต่งานจะจัดช่วงหน้าร้อนของปีถัดมา
หลังจากพูดคุยกันถึงเรื่องกิจกรรมด้านวัฒนธรรมเสร็จ เราเองก็ยังไม่ได้รับปาก เพราะมันจะเข้าช่วงที่เราต้องทำงานร้านพิซซ่า กลัวจะไม่มีเวลาและเหนื่อ แต่ในใจก็อยากจะร่วมกิจกรรมมาก เราอยากเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า เพราะกิจกรรมนี้พี่เจ้าของร้านอยากจะโชว์รำไทย ซึ่งเราเคยรำไทยตอนเรียนชั้นประถม จำได้แต่ จีบ กับ ตั้งวง แค่นั้นแหละ
กว่าจะจัดกิจกรรมก็ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน เราเลยบอกกับพี่เจ้าของร้านว่า เราจะให้คำตอบตอนปลายเดือนมกรานะ ขอไปลองฝึกรำ และไปหาชุดก่อน เราเริ่มเปิดยูทูป ดูการรำไทยต่างๆ มันเหมือนง่ายจัง แต่ทำไมมันยากสำหรับเรา แฟนและลูกๆ ก็ขำเรากันในขณะที่เรารำอยู่หน้ากระจก เราพยายามหาเพลงที่ง่ายๆ ท่ารำที่ง่ายๆ จะได้จำได้ หลังจากหัดรำไปได้สักพัก เราก็ตัดสินใจตอบตกลงกับพี่เจ้าของร้าน พี่เจ้าของร้านบอกไม่ต้องกังวลแกก็รำด้วย แต่คนละเพลง ในเพลงของเราพี่เจ้าของร้าน และเพื่อนร่วมงานก็ร่วมรำเป็นฉากหลังให้เรา
หลังจากเลือกเพลงและซ้อมรำแล้ว ก็มากังวลเรื่องชุด เพราะเรามีเคยสั่งชุดไทยให้เพื่อนส่งมาให้ แต่ขนาดมันไม่ได้เลย เราก็เอาชุดมาผสมปนเปกันไป เสื้อแนวทางใต้ มีที่ประดับผมทางเหนือ เอาผ้านุ่งที่พี่สาวซื้อมาฝากใส่ เราว่ามันก็พอเข้ากันได้ ตอนนี้ ทั้งชุด ทั้งท่ารำ ก็เริ่มพร้อมแล้ว เหลือแค่ฝึกรำให้คล่องเท่านั้น
พอวันทำกิจกรรมมาถึง ตอนแรกคิดว่าไม่ตื่นเต้น เพราะเป็นคนต่างชาติเสียส่วนใหญ่ หากผิดพลาดอะไรคงดูไม่ออก ท่ารำไม่สวยก็คงไม่เข้าใจ ยิ้มก็หัดมาหน้ากระจกแล้ว ว่าสามารถยิ้มได้เวลารำ แต่พอถึงเวลา พี่เจ้าของร้านให้เราขึ้นรำก่อนเลย ใจเริ่มเต้นแรงขึ้น เราพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อยับยั้งความตื่นเต้นในขณะนี้ พอดนตรีเริ่มดังขึ้น เราก้าวขึ้นบนเวที จากยิ้มกว้างๆในตอนแรก ตอนนี้ยิ้มเราหุบ หน้าก็เกร็งไปเสียแล้ว ตื่นเต้นมากๆ ไม่กล้ามองผู้ชมที่นั่งอยู่หน้าเวทีเลย ในขณะที่รำก็พยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อลดความตื่นเต้น และคิดว่าพยายามทำให้ดีที่สุด จนเสียงดนตรีมาถึงตอนใกล้จบ คิดว่าเรารอดแล้ว จบเสียที ตอนท่าจบเรารู้สึกปลดปล่อยความตื่นเต้นมากๆ จนหลุดขำนิดๆ
ในที่สุดเราก็ได้ลองรำไทย ให้ชาวต่างชาติได้ดู ในต่างประเทศ เรารู้สึกภูมิใจมากๆ เราฝึกรำอยู่ 3 เดือนเลยนะ เราก็คิดว่า เราได้พยายามรำให้ได้ดีที่สุด จากคนที่ไม่ได้รำไทยหลังจากจบชั้นประถม จนมารำอีกทีตอนอายุ 30 กว่าๆ มันก็นานหลายปีเลย เสียดายที่เราไม่ยิ้มเลย มันยิ้มไม่ออกเลย หลังจากจบกิจกรรมนี้ เราก็ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดที่จะทำมาก่อนเลย
Commenti
Posta un commento