หัดทำพิซซ่าที่อิตาลี
เมื่อได้ทำงานร้านพิซซ่า โอกาสการเรียนรู้ที่จะทำพิซซ่าจึงเป็นสิ่งที่ควรคว้าไว้ บวกกับ Pizzaiolo
ชื่อ แองเจโล (คนทำพิซซ่า) ใจดี เป็นเพื่อนร่วมงานกันหลายปีแล้ว และยินดีที่จะสอนให้
เราจะได้หัดทำพิซซ่าก็ต่อเมื่อเลิกงานแล้ว และพิซซ่าที่เราหัดทำก็เป็นอาหารเย็นของเราเองนั้นแหละ ทางร้านไม่ได้ใจดีขนาดให้เราหัดทำโดยใช้แป้งพิซซ่าของทางร้านเล่นๆ เพราะทุกอย่างคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด อาหารเย็นของพนักงานจะมีเป็นอาหารอิตาเลียนหนึ่งวันสลับกับพิซซ่า อาหารอิตาเลียนส่วนมากจะเป็นพวกเนื้อเป็นส่วนใหญ่สำหรับมื้อเย็น ส่วนพวกพาสต้าจะเป็นมื้อกลางวัน และเมื่อวันไหนอาหารพนักงานเป็นพิซซ่า เราก็จะขอแองเจโลทำพิซซ่าของเราเอง
แองเจโลสอนการทำแป้งที่เขาเตรียมไว้แล้ว (เป็นก้อนกลม ผ่านการหมักมา 1 คืน) ว่านวดหรือคลึงแบบไหนแป้งจะได้ออกมาบาง หรือแบบไหนจะได้แบบหนา ซึ่งเวลาดูเขาทำเหมือนง่ายมาก แต่เวลาทำเองมันไม่ง่ายเลย แป้งตรงกลางบางเกินและขอบหนา ซึ่งเวลาที่ต้องไม้ตักเอาใส่เตาอบอาจขาดได้ แต่เราก็ทำได้ถึงจะไม่สวยเท่าไหร่ แต่สำหรับมือสมัครเล่น แองเจโลบอก "ผ่าน!"
หลังจากทำแป้งเสร็จ เราก็จะราดซอสมะเขือเทศ ซึ่งทำจากมะเขือเทศเป็นลูกแล้วนำมาปั่น ไม่ใช่ซอสมะเขือเทศขวดที่ไว้กินกับไข่นะ การราดก็ไม่ง่าย มันต้องทาวนไปเอียงกระบวยไปมา เพื่อให้น้ำมะเขือเทศพอดี ไม่มากไปและน้อยไป ทาให้ทั่วเว้นขอบไว้ และไม่ใช่ถูไปถูมา เพราะแป้งจะเปียกและขาดได้ แล้วจากนั้นก็ใส่ชีสมอสซาเรลล่า โดยหยิบเต็มกำมือ โรยให้ทั่วแต่ก็ไม่เต็มขอบ โรยให้ทั่วน้ำซอสมะเขือเทศก็พอ ถ้าทำแค่นี้ก็จะได้พิซซ่า Margherita แต่ถ้าเราอยากได้หน้าอะไรเพิ่มก็ใส่ลงไป ส่วนเราจะใส่ Salamino Piccante หรือที่ไทยและบางประเทศจะเรียกว่า Pepperoni พนักงานไม่สามารถกินพิซซ่าได้ทุกหน้า เช่น หน้าทะเล พาร์มาแฮม ปลาแซลมอนรมควัน หรือ เครื่องที่มีราคาแพง ขนาดหน้าธรรมดา โลรี่ (เจ้าของร้าน) ก็คอยเช็คและบ่น ถ้าใส่ให้มากเกินไป
หลังจากใส่หน้าพิซซ่าเรียบร้อยแล้ว เราก็จะใช้ไม้ตักพิซซ่า โดยการตักก็ยากเช่นกัน เราต้องให้ไม้ตักเรียบไปกับพื้นโต๊ะ เวลาตักต้องเร็วไม่งั้นพิซซ่าอาจจะเสียรูปและขาดได้ และเวลาเอาพิซซ่าใส่เตาอบจะต้องเทแบบกระชาก(เรียกไม่ถูก) ให้เร็วเช่นกัน หลายต่อหลายครั้ง แม้แต่คนทำพิซซ่าเองก็ทำพิซซ่าเสียรูป ไม่เป็นวงกลม เพราะการใส่พิซซ่าในเตาอบนี่แหละ
พิซซ่าที่ร้านจะใช้เวลา 2 นาที ขึ้นไป แต่ไม่ตายตัว มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยต่างๆ เช่น
หน้าของพิซซ่า (ถ้าใส่เครื่องเยอะก็จะสุกช้าหน่อย)
แป้ง (ถ้าเป็นแป้งชนิด Kamut เป็นแป้งสำหรับพวกรักษาสุขภาพ ก็จะสุกช้าเช่นกัน)
อุณหภูมิของเตา เตาอบแบบไฟฟ้า หรือ แก๊ส จะควบคุมอุณภูมิง่าย แต่ถ้าเป็นเตาใช้ไม้ฟืนอุณหภูมิจะควบคุมยาก แต่อบพิซซ่าอร่อย เพราะจะมีกลิ่นของฟืน ลูกค้าหลายๆ คนจะถามเสมอว่า ที่ร้านใช้ฟืนรึเปล่า ส่วนที่ร้านเราจะใช้ทั้งฟืนและแก๊สทั้งสองอย่าง
พอพิซซ่าสุกได้ที่แล้ว เราก็จะใช้ไม้ตักตักออกมาใส่จาน พร้อมกิน พนักงานจะมีโต๊ะประจำ หมายเลข 20 ที่จะนั่งทานมื้อเย็นร่วมกัน แต่สำหรับเรา เราเอาห่อกลับบ้านไว้ให้ลูกๆ อุ่นกินเล่นตอนเช้า และที่ร้านก็ไม่โอเคที่พนักงานจะใช้กล่องพิซซ่า เพราะถ้าเอากลับหลายคนเป็นประจำ ก็หลายตังค์อยู่ เราจึงใช้วิธี เอาถาดพิซซ่าที่ใช้อบที่บ้าน รองในกล่องก่อนว่างพิซซ่า ทำให้กล่องไม่สกปรก แต่นานๆ ที เราก็เปลี่ยนกล่องถ้าเลอะหน้าพิซซ่า ซึ่งโลรี่ก็ปลื้มมากเพราะประหยัดกล่องพิซซ่าได้หลายกล่องเลย
หลายต่อหลายครั้งที่ ทำพิซซ่าผิด ไม่ว่าจะเป็นเพราะ รับออเดอร์ผิด แองเจโล่ทำผิด หรือพิซซ่าทำออกมาไม่ได้รูป ไม่สวย เราก็จะได้พิซซ่านั้นกลับบ้าน โดยที่เราก็ไม่มีการปฏิเสธ ก็ดีกว่าทิ้งเนอะ
มาดูการหัดทำพิซซ่าของเราดีกว่า
ชื่อ แองเจโล (คนทำพิซซ่า) ใจดี เป็นเพื่อนร่วมงานกันหลายปีแล้ว และยินดีที่จะสอนให้
เราจะได้หัดทำพิซซ่าก็ต่อเมื่อเลิกงานแล้ว และพิซซ่าที่เราหัดทำก็เป็นอาหารเย็นของเราเองนั้นแหละ ทางร้านไม่ได้ใจดีขนาดให้เราหัดทำโดยใช้แป้งพิซซ่าของทางร้านเล่นๆ เพราะทุกอย่างคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด อาหารเย็นของพนักงานจะมีเป็นอาหารอิตาเลียนหนึ่งวันสลับกับพิซซ่า อาหารอิตาเลียนส่วนมากจะเป็นพวกเนื้อเป็นส่วนใหญ่สำหรับมื้อเย็น ส่วนพวกพาสต้าจะเป็นมื้อกลางวัน และเมื่อวันไหนอาหารพนักงานเป็นพิซซ่า เราก็จะขอแองเจโลทำพิซซ่าของเราเอง
แองเจโลสอนการทำแป้งที่เขาเตรียมไว้แล้ว (เป็นก้อนกลม ผ่านการหมักมา 1 คืน) ว่านวดหรือคลึงแบบไหนแป้งจะได้ออกมาบาง หรือแบบไหนจะได้แบบหนา ซึ่งเวลาดูเขาทำเหมือนง่ายมาก แต่เวลาทำเองมันไม่ง่ายเลย แป้งตรงกลางบางเกินและขอบหนา ซึ่งเวลาที่ต้องไม้ตักเอาใส่เตาอบอาจขาดได้ แต่เราก็ทำได้ถึงจะไม่สวยเท่าไหร่ แต่สำหรับมือสมัครเล่น แองเจโลบอก "ผ่าน!"
หลังจากทำแป้งเสร็จ เราก็จะราดซอสมะเขือเทศ ซึ่งทำจากมะเขือเทศเป็นลูกแล้วนำมาปั่น ไม่ใช่ซอสมะเขือเทศขวดที่ไว้กินกับไข่นะ การราดก็ไม่ง่าย มันต้องทาวนไปเอียงกระบวยไปมา เพื่อให้น้ำมะเขือเทศพอดี ไม่มากไปและน้อยไป ทาให้ทั่วเว้นขอบไว้ และไม่ใช่ถูไปถูมา เพราะแป้งจะเปียกและขาดได้ แล้วจากนั้นก็ใส่ชีสมอสซาเรลล่า โดยหยิบเต็มกำมือ โรยให้ทั่วแต่ก็ไม่เต็มขอบ โรยให้ทั่วน้ำซอสมะเขือเทศก็พอ ถ้าทำแค่นี้ก็จะได้พิซซ่า Margherita แต่ถ้าเราอยากได้หน้าอะไรเพิ่มก็ใส่ลงไป ส่วนเราจะใส่ Salamino Piccante หรือที่ไทยและบางประเทศจะเรียกว่า Pepperoni พนักงานไม่สามารถกินพิซซ่าได้ทุกหน้า เช่น หน้าทะเล พาร์มาแฮม ปลาแซลมอนรมควัน หรือ เครื่องที่มีราคาแพง ขนาดหน้าธรรมดา โลรี่ (เจ้าของร้าน) ก็คอยเช็คและบ่น ถ้าใส่ให้มากเกินไป
หลังจากใส่หน้าพิซซ่าเรียบร้อยแล้ว เราก็จะใช้ไม้ตักพิซซ่า โดยการตักก็ยากเช่นกัน เราต้องให้ไม้ตักเรียบไปกับพื้นโต๊ะ เวลาตักต้องเร็วไม่งั้นพิซซ่าอาจจะเสียรูปและขาดได้ และเวลาเอาพิซซ่าใส่เตาอบจะต้องเทแบบกระชาก(เรียกไม่ถูก) ให้เร็วเช่นกัน หลายต่อหลายครั้ง แม้แต่คนทำพิซซ่าเองก็ทำพิซซ่าเสียรูป ไม่เป็นวงกลม เพราะการใส่พิซซ่าในเตาอบนี่แหละ
พิซซ่าที่ร้านจะใช้เวลา 2 นาที ขึ้นไป แต่ไม่ตายตัว มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยต่างๆ เช่น
หน้าของพิซซ่า (ถ้าใส่เครื่องเยอะก็จะสุกช้าหน่อย)
แป้ง (ถ้าเป็นแป้งชนิด Kamut เป็นแป้งสำหรับพวกรักษาสุขภาพ ก็จะสุกช้าเช่นกัน)
อุณหภูมิของเตา เตาอบแบบไฟฟ้า หรือ แก๊ส จะควบคุมอุณภูมิง่าย แต่ถ้าเป็นเตาใช้ไม้ฟืนอุณหภูมิจะควบคุมยาก แต่อบพิซซ่าอร่อย เพราะจะมีกลิ่นของฟืน ลูกค้าหลายๆ คนจะถามเสมอว่า ที่ร้านใช้ฟืนรึเปล่า ส่วนที่ร้านเราจะใช้ทั้งฟืนและแก๊สทั้งสองอย่าง
พอพิซซ่าสุกได้ที่แล้ว เราก็จะใช้ไม้ตักตักออกมาใส่จาน พร้อมกิน พนักงานจะมีโต๊ะประจำ หมายเลข 20 ที่จะนั่งทานมื้อเย็นร่วมกัน แต่สำหรับเรา เราเอาห่อกลับบ้านไว้ให้ลูกๆ อุ่นกินเล่นตอนเช้า และที่ร้านก็ไม่โอเคที่พนักงานจะใช้กล่องพิซซ่า เพราะถ้าเอากลับหลายคนเป็นประจำ ก็หลายตังค์อยู่ เราจึงใช้วิธี เอาถาดพิซซ่าที่ใช้อบที่บ้าน รองในกล่องก่อนว่างพิซซ่า ทำให้กล่องไม่สกปรก แต่นานๆ ที เราก็เปลี่ยนกล่องถ้าเลอะหน้าพิซซ่า ซึ่งโลรี่ก็ปลื้มมากเพราะประหยัดกล่องพิซซ่าได้หลายกล่องเลย
หลายต่อหลายครั้งที่ ทำพิซซ่าผิด ไม่ว่าจะเป็นเพราะ รับออเดอร์ผิด แองเจโล่ทำผิด หรือพิซซ่าทำออกมาไม่ได้รูป ไม่สวย เราก็จะได้พิซซ่านั้นกลับบ้าน โดยที่เราก็ไม่มีการปฏิเสธ ก็ดีกว่าทิ้งเนอะ
มาดูการหัดทำพิซซ่าของเราดีกว่า
Commenti
Posta un commento